เราเรียนนิติศาสตร์ อยู่ปี 5 แต่โดนรีไทร์เพราะเกรดไม่ถึง ตอนแรกก็มี F เรื่อยๆ ประปรายตัว 2 ตัว แต่พอมาปี 3 เทอม 2 ติด F รวดเดียว 5 ก็พยายามทำใจและแก้ F ไป แต่กำลังใจมันก็เริ่มถอยลงเรื่อยๆ ยอมรับว่าท้อแต่ไม่อยากเริ่มต้นใหม่ ที่บ้านก็ตั้งความหวังเอาไว้สูงเพราะเป็นลูกคนโต ส่วนน้องก็เพิ่งจะเริ่มเรียนมัธยม เลยฝืนเรียนต่ออัดๆ ดันๆ ไปเพราะอยากจบเพื่อครอบครัว ที่บ้านก็ไม่ได้ฐานะร่ำรวยอะไร พ่อเราเองก็อาการแย่จากคนไม่เป็นอะไร ก็ไขมันอุดตันในเส้นเลือด แต่ตอนนี้ไขมันหลุดแล้ว ก็กำลังดูแลตัวเองและกินยา แต่แล้วตัวเราเกิดเครียดเองท้อเอง ปี 5 แล้วสรุปไม่ไหวโดนไทร์ เคยคิดจะฆ่าตัวตาย แต่ยังดีที่มีแฟนที่คบอยู่ฉุดไว้ พอเริ่มทำใจได้จะสมัครรามแล้วโอนหน่วยกิต กำลังคิดเรียบเรียงคำพูด ทำใจยอมรับบอกกับที่บ้าน บอกก่อนว่าเรากับพ่อแม่ไม่ได้สนิทกันมาก เวลามีอะไรเราไม่ค่อยจะบอกกับพ่อแม่ เพราะพ่อกับแม่เราอายุน้อยมาก เราอยู่กับปู่ย่าท่านเลี้ยงเรามา เพราะพ่อแม่ต้องไปเรียน และเราก็รักท่านมาก มีปัญหาอะไรปรึกษาปู่ย่าตลอด แต่ปู่กับย่าเราต้องย้ายไปอยู่กับป้าที่เราเพิ่งมาอยู่กะพ่อแม่ตอนหลังเป็นช่วงน้องเกิดพอดี (เราห่างจากน้อง 9 ปี) แฟนเราแนะนำให้เราไปหาปู่กับย่า เรากำลังทำใจจะเข้าไปหาและเปิดอกคุย ประจวบเหมาะกับย่าเราป่วยต้องผ่าตัดเนื้องอก ตอนนั้นโต 17 ซม.เราก็เลยต้องพับเก็บเรื่องของเราไว้ก่อน แต่ย่าเราอาการไม่ดีขึ้นเลย สุดท้ายช๊อคยิ่งกว่าแม่โทรมาบอกว่าย่าเป็นมะเร็งระยะที่ 4 ตอนนี้เข้ากึ่งวิกฤต ตัวย่าท่านเองก็ไม่รู้ว่าตัวเองเป็นอะไรทุกคนปิดไม่ให้ท่านรู้กลัวท่านจะทำใจไม่ได้ คือเราไม่รู้จะทำยังไงดี เครียดมาก ขอความคิดเห็นหน่อยนะ ว่าจะบอกกับครอบครัวตอนนี้ดีไหม หรือจะรอไปก่อน ขอคำแนะนำหน่อย
ขอคำแนะนำหน่อย